Sale!

มิลค์ แคลเซียมพลัส ตรา ยูฟางถัง

฿1,900.00 ฿1,500.00

มิลค์ แคลเซียมพลัส แคลเซียมนม  ผลิตจากนมสดธรรมชาติ โดยใช้นมสดวัวเป็นวัตถุดิบ ผ่านกรรมวิธีการแยกเคซีน (casein) การแยกนมข้น การแยกแลคทอลบิวมิน (lactolbumin) การแยกแลคโทส (lactose) โดยแยกไขมันออกจากน้ำนม แล้วผ่านกระบวนการกรองอย่างละเอียด อบแห้ง ฆ่าเชื้อ รวมสิบกว่าขั้นตอนด้วยเทคโนโลยีระดับสูง จึงได้แคลเซียมนมคุณค่าโภชนาการสูง มีฉายานามว่า “นมทองคำ”

Wishlist
Wishlist

รายละเอียด

แคลเซียมนม ตรายูฟางถัง มิลค์ แคลเซียมพลัส ผลิตจากนมสดธรรมชาติ โดยใช้นมสดวัวเป็นวัตถุดิบ ผ่านกรรมวิธีการแยกเคซีน (casein) การแยกนมข้น

คุณลักษณะพิเศษของผลิตภัณฑ์แคลเซียมนมวัวผสมวิตามินดี มิลค์ แคลเซียมพลัส

แคลเซียมนม มิลค์ แคลเซียมพลัส ผลิตจากนมสดธรรมชาติ โดยใช้นมสดวัวเป็นวัตถุดิบ ผ่านกรรมวิธีการแยกเคซีน (casein) การแยกนมข้น การแยกแลคทอลบิวมิน (lactolbumin) การแยกแลคโทส (lactose) โดยแยกไขมันออกจากน้ำนม แล้วผ่านกระบวนการกรองอย่างละเอียด อบแห้ง ฆ่าเชื้อ รวมสิบกว่าขั้นตอนด้วยเทคโนโลยีระดับสูง จึงได้แคลเซียมนมคุณค่าโภชนาการสูง มีฉายานามว่า “นมทองคำ”

แคลเซียมนม YU FANG TANG ใช้แคลเซียมจากนมเป็นวัตถุดิบ ผ่านสูตรที่คิดค้นขึ้นตามหลักวิทยาศาสตร์ มีสัดส่วนของฟอสฟอรัสกับแคลเซียมใกล้เคียงกับสัดส่วนฟอสฟอรัสกับแคลเซียมที่มีอยู่ในกระดูกของร่างกายคน พร้อมกับผสมสาร CPP เข้าไปเพื่อให้แคลเซียมที่อยู่ในระบบลำไส้คงอยู่ในรูปสารละลาย รวมทั้งเพิ่มวิตามินดีเข้าไป เพื่อช่วยให้แคลเซียมถูกระบบลำไส้ดูดซึมไปได้ทั้งหมด แคลเซียมของผลิตภัณฑ์ในแต่ละเม็ดมีปริมาณสารแคลเซียมบริสุทธิ์และสารอื่น ๆ เทียบเท่าปริมาณของนมสด 2 ขวด รสชาติดี ปราศจากแคลเซียมจากแหล่งอื่น ปราศจากสีและสารกันบูด เป็นสารอาหารสีเขียวที่ถูกหลักสุขอนามัย มีอัตราการดูดซึมสูง สามารถเสริมแคลเซียมแก่ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ร่างกายมีความสดชื่นและสามารถประกอบกิจกรรมในชีวิตประจำวันอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งปรับความสมดุลในการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย เพื่อให้ร่างกายมีสุขภาพที่สมดุล

วิธีรับประทาน : วันละ 1 ครั้ง ครั้งละ 1 เม็ด อมหรือเคี้ยวกิน หลังอาหารเช้าครึ่งชั่วโมง

แคลเซียมกับสุขภาพ

“แคลเซียมโลหะ” ของชีวิต
แคลเซียมเป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างกระดูกและฟัน แคลเซียมในกระดูกและฟันมีสัดส่วนเท่ากับ 99% ของแคลเซียมทั้งหมดในร่างกาย มีบทบาทต่อการค้ำจุนชีวิตของคนเรา ส่วนที่เหลืออีก 1 เปอร์เซ็นต์จะอยู่ในเนื้อเยื่ออ่อน ของเหลวที่อยู่นอกเซลล์ และในกระแสเลือด แคลเซียมมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างชีวิต และปรับความสมดุลในการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย ด้วยบทบาทสำคัญอย่างยิ่งยวดของแคลเซียม แคลเซียมจึงถูกยกย่องว่าเป็น “แร่ธาตุแห่งชีวิต”
แคลเซียมเป็นสารที่มีความจำเป็นต่อการปกป้องรักษาสุขภาพของร่างกาย เป็นธาตุอินทรีย์ที่มีปริมาณมากที่สุดในร่างกาย มีสัดส่วนเท่ากับ 1.5 – 2 % ของน้ำหนักตัว ในร่างกายของผู้ใหญ่ทั่วไปมีแคลเซียมประมาณ 0.85 – 1.2 kg ในบรรดาสารอาหารต่าง ๆ ในร่างกาย แคลเซียมนับว่ามีความสำคัญในอันดับต้น ๆ ของสารทั้งหมดในร่างกาย ซึ่งการดำรงชีวิตของคนเราจะขาดมิได้ และไม่มีสิ่งใดจะทดแทนได้ ร่างกายมนุษย์จะไม่เป็นรูปเป็นร่าง และจะดำรงไว้ซึ่งชีวิตไม่ได้ หากปราศจากแคลเซียม ดังนั้นเราจึงกล่าวว่า “แคลเซียมเป็นเครื่องค้ำจุนของชีวิต” ซึ่งมิได้เป็นการพูดที่เกินจริง ตราบใดไม่มีแคลเซียมการเคลื่อนไหวของชีวิตก็จะสิ้นสุดลง

การทำหน้าที่ของแคลเซียม

แคลเซียมมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานให้เป็นไปตามปกติของระบบในร่างกาย หน้าที่หลักของแคลเซียมคือส่งเสริมการเจริญเติบโตของกระดูก รักษาสุขภาพของกระดูกให้อยู่ในระดับดีที่สุด ช่วยให้การยืดหดตัวของกล้ามเนื้อเป็นไปตามปกติ ช่วยให้การทำงานของระบบประสาทอยู่ในภาวะปกติ รักษาความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติ ช่วยให้กระบวนการทำให้เลือดแข็งตัวเป็นไปอย่างปกติและทำหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

อันตรายจากการขาดแคลเซียม

ถ้าหากร่างกายได้รับแคลเซียมจากการดูดซึมจากอาหารไม่เพียงพอ ระดับความเข้มข้นของแคลเซียมในกระแสเลือดก็จะลดต่ำลง เพื่อชดเชยปริมาณที่ขาดไป ร่างกายจะดึงเอาแคลเซียมจากกระดูกและฟันไปใช้โดยกลไกของมันเองเพื่อรักษาความเข้มข้นในระดับหนึ่งของแคลเซียมในกระแสเลือด เนื่องจากแคลเซียมในกระดูกมีความเข้มข้นสูงมาก แม้จะถูกดึงออกเพียงเล็กน้อย ก็จะเข้าไปอยู่ตามเส้นเลือดและสมองจำนวนมาก เป็นเหตุให้แคลเซียมที่อยู่ในเซลล์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อให้ความเข้มข้นของแคลเซียมขาดความสมดุลทั้งในเซลล์และนอกเซลล์ นำไปสู่ความผิดปกติของอวัยวะต่าง ๆ จนเป็นเหตุให้อวัยวะในตำแหน่งนั้น ๆ เกิดการเปลี่ยนแปลงทางโรค การรับแคลเซียมไม่เพียงพอกลับจะทำให้แคลเซียมในร่างกายเกิดภาวะล้นเกิน ปรากฏการณ์ที่ผิดปกติเช่นนี้ถูกเรียกว่า “เป็นเรื่องแปลกของแคลเซียม” เรื่องอันน่าแปลกนี้นำไปสู่การเกิดโรคขึ้นสองอย่าง อย่างหนึ่งคือภาวะขาดแคลเซียมของกระดูก ก่อให้เกิดโรคกระดูกพรุน กระดูกงอกและกระดูกหักชนิดต่าง ๆ อีกอย่างหนึ่งคือปริมาณแคลเซียมในกระแสเลือดและในเซลล์เนื้อเยื้ออ่อนเพิ่มสูงขึ้น ทำให้แคลเซียมลอยไปพอกตามผนังหลอดเลือดและที่กล้ามเนื้อหัวใจ และไต ส่งผลให้เส้นเลือดแดงแข็งตัว ความดันโลหิตสูง กลุ่มอาการความดันโลหิตสูงในระยะตั้งครรภ์ โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน เป็นนิ่ว โรคอัลไซเมอร์ และการเกิดเนื้อร้ายมะเร็ง เป็นต้น เนื่องจากอันตรายจากการขาดแคลเซียมจะต้องขาดถึงระดับหนึ่งและผ่านการสะสมในช่วงระยะเวลาหนึ่งจึงจะปรากฏขึ้น ดังนั้น โรคภัยไข้เจ็บที่เกิดจากการขาดแคลเซียมเหล่านี้ เมื่อถึงเวลาที่ปรากฏอาการของโรคแล้วก็จะมีผลร้ายแรงจนยากที่จะหายเป็นปกติในระยะเวลาอันสั้นได้

บุคคลใดจะต้องเสริมแคลเซียม

ในช่วงอายุที่แตกต่างกันของคนเราจะมีความต้องการต่อแคลเซียมในปริมาณที่ต่างกัน สำหรับเด็กที่อยู่ในวัยเจริญเติบโต สตรีที่อยู่ในช่วงตั้งครรภ์และให้นมบุตร รวมทั้งผู้สูงอายุจำเป็นต้องได้รับแคลเซียมค่อนข้างมาก นอกจากนี้ เนื่องจากโครงสร้างทางสรีระต่างกัน เพศหญิงต้องการได้รับแคลเซียมเสริมมากกว่าเพศชาย
เด็กต้องการได้รับแคลเซียมปริมาณมากเพื่อให้เพียงพอต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย ถ้าเด็กตกอยู่ในสภาพขาดแคลเซียมในระยะเวลานาน จะทำให้การเจริญเติบโตช้าลง เป็นโรคกระดูกอ่อน การเจริญเติบโตของฟันไม่สมบูรณ์ และอาจเกิดอาการขาดสมาธิอยู่นิ่งไม่ได้ เป็นต้น ผู้ที่ขาดแคลเซียมอย่างรุนแรงอาจส่งผลต่อการพัฒนาสติปัญญาทางสมองและสุขภาพตลอดชั่วชีวิตไปเลย

ในวัยเจริญพันธุ์ของเด็กผู้หญิง โดยเฉพาะช่วงก่อนวัยมีประจำเดือน ขณะที่ประจำเดือนกำลังจะมา และกำลังจะเปลี่ยนไปสู่การปรากฏลักษณะของความเป็นหญิง กระดูกเชิงกรานเริ่มขยายกว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หากในช่วงระยะเวลานี้เกิดขาดแคลนแคลเซียมอย่างรุนแรงจนก่อให้เกิดโรคกระดูกพรุนและกระดูกอ่อนลง กระดูกเชิงกรานจะเกิดการเปลี่ยนรูปอันเนื่องจากแรงดึงของกล้ามเนื้อ เป็นเหตุให้กระดูกเชิงกรานแปรรูปผิดปกติหรือแคบลง เมื่อเป็นเช่นนี้ ในเวลาคลอดบุตรในวันข้างหน้าก็จะมีปัญหาคลอดยากและอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพกระทั่งชีวิตของแม่และทารก

สำหรับสตรีที่ตั้งครรภ์และระยะให้นมบุตร หากขาดแคลเซียมจะมีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตทางกระดูกของทารกในครรภ์ และการเติบโตของเด็กทารก โดยแสดงออกให้เห็นจากการเจริญเติบโตทางกระดูกของทารกในครรภ์ที่ผิดปกติ การเจริญเติบโตของเด็กทารกเชื่องช้า ฟันงอกช้า และมีภาวะกระดูกอ่อน เป็นต้น ขณะเดียวกันหากร่างกายแม่ขาดแคลเซียมก็จะมีภาวะความดันโลหิตสูงอันเกี่ยวเนื่องกับการตั้งครรภ์ในช่วงตั้งครรภ์และจะก่อให้เกิดโรคกระดูกอ่อนหลังคลอดลูกได้ด้วย
คนเราเมื่อย่างเข้าวัยกลางคนแล้ว มวลกระดูกจะสูญเสีย 0.7 – 1 % ต่อปี สำหรับสตรีในช่วงเปลี่ยนวัยและหลังหมดประจำเดือน การสูญเสียมวลกระดูกจะเพิ่มมากขึ้น คนเราเมื่อมีอายุ 65 ปีขึ้นไป เพศหญิงอาจสูญเสียมวลกระดูกราว 30 – 50 % ต่อปี ส่วนเพศชายจะสูญเสียราว 20 – 30% ต่อปี การสูญเสียแคลเซียมในร่างกายในระยะยาวจะนำไปสู่หรือก่อให้เกิดโรคกระดูกพรุน กระดูกงอกและกระดูกหักชนิดต่าง ๆ ตลอดจนเกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ เป็นนิ่ว โรคอัลไซเมอร์ และอาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งสูงขึ้น

ความแตกต่างระหว่างแคลเซียมนมกับผลิตภัณฑ์อื่น

ผลิตภัณฑ์แคลเซียมแบบดั้งเดิมส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์สังเคราะห์จากสารเคมี เช่น แคลเซียมคาร์บอเนต (Calcium carbonate) แคลเซียมแลคเตท (Calcium lactate) แคลเซียมอซิเตท (Calcium acetate) และแคลเซียมกลูโคเนต (Calcium gluconate) เป็นต้น ซึ่งมีต้นทุนการผลิตต่ำ คุณสมบัติด้านการละลายน้ำต่ำ หรือเกือบจะไม่ละลายน้ำเลย ดังนั้นอัตราการใช้ทางชีวภาพค่อนข้างต่ำ อนึ่งผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ยังจะมีผลทำให้เกิดการระคายเคืองต่อกระเพาะอาหารไม่มากก็น้อย ส่วนในระยะหลัง ๆ ที่มีผลิตภัณฑ์ประเภทแอคทีฟแคลเซียม (Active calcium) หรือแคลเซียมไอออนแอคทิวิตี้ (Calcium ion activity) ที่มีส่วนประกอบทางเคมีเป็นแคลเซียมออกไซต์ (Calcium oxide) เมื่ออยู่ในน้ำจะกลายเป็นแคลเซียมไฮดรอกไซด์ (Calcium hydroxide) นั้น แคลเซียมเหล่านี้จะใช้กระดูกสัตว์ เปลือกหอย และเปลือกไข่ไก่เป็นวัตถุดิบในการผลิต โดยผ่านกระบวนการแยกตัวด้วยความร้อนอุณหภูมิสูง มีปริมาณแคลเซียมค่อนข้างสูง หากผลิตภัณฑ์แคลเซียมประเภทแอคทีฟแคลเซียมจะมีลักษณะความเป็นด่างค่อนข้างสูง ทำให้ผู้บริโภครู้สึกระคายเคืองในกระเพาะและเนื่องจากมีสาเหตุจากสภาพแวดล้อมทางบกและมลพิษในน้ำทะเล ทำให้สัตว์รับเอาโลหะหนักอย่างเช่นตะกั่ว และปรอทเข้าไป จึงอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายคนได้
แคลเซียมนมที่สกัดจากนมสดวัว เป็นแคลเซียมธรรมชาติในรูปแบบใหม่และมีคุณลักษณะพิเศษในด้านทำให้เกิดความรู้สึกที่ดี ผลิตภัณฑ์ได้เน้นถึงประสิทธิภาพในด้านคุณค่าอาหารของแคลเซียมประเภทแอคตีฟแคลเซียม ชีวภาพชนิดละลายในน้ำได้ (มีแคลเซียมสูงกว่านมสดวัวทั่วไปกว่า 30 %) ทำให้การดูดซึมแคลเซียมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์แคลเซียมแบบดั้งเดิม ได้พัฒนาดีขึ้นเป็นอย่างมากทั้งในด้านรสชาติ การดูดซึมไปใช้ของร่างกาย ที่สำคัญยิ่งกว่านี้ก็คือ เนื่องจากแคลเซียมนมสกัดจากนมวัวธรรมชาติโดยตรง จึงไม่มีผลข้างเคียงอย่างแหล่งแคลเซียมบางอย่าง ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ นับว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นทางเลือกในการบริโภคแคลเซียมเพิ่มเติมที่ดีที่สุดในปัจจุบัน
มีคนไม่น้อยที่ยังสับสนในเรื่องแคลเซียมนมกับแคลเซียมแลคเตท (Calcium lactate) โดยคิดว่าเป็นอันเดียวกัน อันที่จริงแคลเซียมทั้งสองอย่างนี้ โดยเนื้อแท้แล้วมีความแตกต่างกัน แคลเซียมนมเป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติบริสุทธิ์ที่สกัดจากนมใส (whey) แต่แคลเซียมแลคเตท ผลิตจากวัตถุดิบประเภทธัญญาหาร โดยผ่านกระบวนการหมักจนเป็นกรดแล็กเตท แล้วนำไปทำปฏิกิริยากับเกลือแคลเซียมจึงได้แคลเซียมที่จะนำไปทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่อไป
ปัจจุบันผลิตภัณฑ์แคลเซียมในตลาด แคลเซียมนมถือว่ามีอัตราดูดซึมดีที่สุด สามารถดูดซึมได้ถึง 90 % ขึ้นไป ตารางข้างล่างนี้แสดงถึงอัตราการดูดซึมของผลิตภัณฑ์แคลเซียมประเภทสำคัญที่แพร่หลายอยู่ในปัจจุบัน

ราคา 1,900 บาท
พิเศษขายเพียง 1,500 บาท

บริการจัดส่งสินค้าทั่วประเทศ
สั่งซื้อได้ที่ fufa โทร 086-995-4526
ไลน์ ID : goodfufa

รีวิว

ยังไม่มีบทวิจารณ์

มาเป็นคนแรกที่วิจารณ์ “มิลค์ แคลเซียมพลัส ตรา ยูฟางถัง”

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *